5 เทคนิคเขียนนิยาย ทั้งที่ยังทำงานประจำ (บริหารเวลายังไง?)
เคยไหมค่ะ... ความฝันในการเป็นนักเขียนนิยายมันช่างหอมหวานเหลือเกิน แต่พอหันกลับมามองความเป็นจริง ก็พบว่าตัวเองกำลังจมอยู่กับกองงานประจำที่สูงท่วมหัว เวลาส่วนตัวแทบจะไม่มี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเขียนนิยายทำงานประจำล่ะเนี่ย? บางทีก็รู้สึกท้อแท้ หมดไฟ หรือคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอกใช่ไหมค่ะ?
เราเข้าใจดีเลยค่ะ เพราะทีมงานของเราหลายคนก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน จุดที่อยากสร้างโลกในจินตนาการให้ออกมาเป็นเรื่องราว แต่ติดที่กรอบเวลาอันจำกัดของชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ! วันนี้เราจะมาแชร์ 5 เทคนิคเขียนนิยาย ที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง แม้ว่าคุณจะมีตารางงานที่แน่นเอี๊ยดก็ตาม มาดูกันว่าคุณจะสามารถบริหารเวลาเขียนนิยายได้อย่างไร เพื่อให้ความฝันในการเป็นนักเขียนของคุณเป็นจริงได้ในที่สุด!
1. จัดตารางเวลาให้ "ชัดเจน" เหมือนนัดสำคัญ
หัวใจสำคัญของการบริหารเวลาเขียนนิยายคือการจัดสรรเวลาอย่างมีแบบแผน ไม่ใช่แค่คิดว่า "เดี๋ยวว่างแล้วค่อยเขียน" ค่ะ
ทำไมต้องชัดเจน?
- สร้างความมุ่งมั่น: เมื่อกำหนดเวลาชัดเจน คุณจะให้ความสำคัญกับการเขียนเหมือนการประชุมสำคัญ หรือนัดหมอ
- ป้องกันการผัดวันประกันพรุ่ง: ลดโอกาสที่จะเลื่อนการเขียนออกไปเรื่อยๆ จนไม่ได้เริ่มสักที
- ฝึกวินัย: เมื่อทำเป็นประจำ จะกลายเป็นนิสัยที่ดีในการเขียน
ทำได้จริง: ลองเริ่มจากจัดสรรเวลาเพียง 30-60 นาทีต่อวัน หรือ 1-2 ชั่วโมง ในวันหยุด เลือกช่วงเวลาที่คุณรู้สึกตื่นตัวที่สุด อาจจะเป็นตอนเช้าตรู่ก่อนเริ่มงาน ตอนพักกลางวัน หรือก่อนนอน ใช้ปฏิทินหรือแอปพลิเคชันตารางงานของคุณเพื่อบล็อกเวลานี้ไว้เลยค่ะ บอกตัวเองว่า "นี่คือเวลาเขียนนิยายของฉัน ห้ามมีอะไรมาแทรก!" การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณมี "พื้นที่" ของการเขียนที่ชัดเจน และง่ายต่อการลงมือทำจริง
2. ใช้พลังของ "การเขียนทีละน้อย" (Micro-writing Sessions)
ใครบอกว่าต้องมีเวลาว่างยาวๆ เป็นชั่วโมงถึงจะเขียนนิยายได้? นั่นเป็นกับดักที่ทำให้เราหลายคนไม่ได้เริ่มเขียนสักทีค่ะ
เขียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ระหว่างเดินทาง: ใช้เวลาบนรถโดยสารสาธารณะ หรือรอเพื่อน เขียนไอเดีย หรือร่างฉากสั้นๆ
- ช่วงพักเบรก: 10-15 นาที ช่วงพักระหว่างวันก็มีค่า ลองเขียนสักย่อหน้า
- ก่อนนอน: แทนที่จะไถโซเชียลมีเดีย ลองเปิดโน้ตแล้วเขียนพล็อตเรื่อง หรือประโยคที่ติดค้างในใจ
ทำได้จริง: ลองพกสมุดโน้ตเล็กๆ หรือใช้แอปจดโน้ตในมือถือให้เป็นประโยชน์ ทุกครั้งที่คุณมีเวลาว่างสัก 5-10 นาที ไม่ว่าจะกำลังนั่งรอคิวธนาคาร หรือช่วงพักดื่มกาแฟ ลองดึงมันออกมาแล้วเขียนอะไรลงไปสักนิด บางทีอาจจะเป็นแค่การอธิบายตัวละครเพิ่ม หรือคิดบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ การสะสม "เศษเวลา" เหล่านี้ จะกลายเป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่คุณคาดไม่ถึงเลยค่ะ นี่แหละคือวิธีเขียนนิยายของคนทำงานอย่างแท้จริง!
3. กำหนดเป้าหมาย "เล็กๆ แต่ทำได้จริง" (Small, Achievable Goals)
การตั้งเป้าหมายว่า "จะเขียนนิยายให้จบทั้งเล่ม" ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ก็มักจะทำให้เรารู้สึกท่วมท้นและท้อแท้ได้ง่ายๆ ค่ะ ลองเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายที่เล็กลง วัดผลได้ และทำได้จริงจะดีกว่า
เป้าหมายที่ "เป็นไปได้"
- กำหนดจำนวนคำ: เช่น "วันนี้จะเขียนให้ได้ 500 คำ"
- กำหนดฉาก/บท: เช่น "วันนี้จะจบฉากที่ 3" หรือ "จะเขียน Outline ของบทที่ 5"
- กำหนดเวลา: เช่น "จะใช้เวลา 30 นาทีแรกในการเขียนส่วนนี้"
ทำได้จริง: แทนที่จะกดดันตัวเองด้วยเป้าหมายที่ใหญ่เกินไป ลองตั้งเป้าหมายประจำวันหรือประจำสัปดาห์ที่สามารถทำได้จริง การเห็นความก้าวหน้าเล็กๆ น้อยๆ ทุกวันจะช่วยสร้างกำลังใจ และทำให้คุณรู้สึกว่าการเขียนนิยายทำงานประจำนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทุกครั้งที่คุณทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ คุณจะรู้สึกภูมิใจ และมีแรงผลักดันที่จะเขียนต่อไป นี่คือเคล็ดลับสำคัญในการก้าวผ่านกำแพงความท้อแท้ค่ะ
4. รับมือกับ "Writer's Block" ในฉบับคนทำงาน
ปัญหาคลาสสิกของนักเขียนทุกคนไม่ว่าจะมือใหม่หรือมืออาชีพก็คือ Writer's Block หรือ "อาการทางตัน" การนั่งจ้องหน้ากระดาษว่างเปล่าเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีไอเดียอะไรผุดขึ้นมา มันช่างทรมานจริงๆ ค่ะ ยิ่งคนทำงานประจำที่เวลาน้อยอยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากเสียเวลาไปกับการจมอยู่กับความตัน
เมื่อตัน... ทำยังไงดี?
- พักสมอง: ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ อย่าฝืนค่ะ ลุกไปเดินเล่น ดื่มน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเขียน เพื่อให้สมองได้พักผ่อน
- เปลี่ยนมุมมอง: ลองไปอ่านนิยายเรื่องโปรด ดูหนัง หรือฟังเพลง บางทีแรงบันดาลใจอาจจะมาในรูปแบบที่คุณคาดไม่ถึง
- ใช้ตัวช่วย: บางครั้งเราแค่ต้องการไอเดียใหม่ๆ หรือมุมมองที่แตกต่างออกไปในการแก้ทางตัน การพูดคุยกับเพื่อนนักเขียน หรือการใช้เครื่องมือช่วยคิดพล็อตเรื่องและพัฒนาตัวละครก็เป็นทางออกที่ดี
ทำได้จริง: เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกว่ากำลังจะตัน ลองพักจากการเขียนเรื่องนั้นสักพัก แล้วไปดูบันทึกไอเดียที่คุณเคยจดไว้ หรือใช้เวลา 5 นาทีระดมสมองแบบอิสระ เขียนทุกอย่างที่นึกออกเกี่ยวกับเรื่องของคุณลงไป ไม่ต้องเรียงลำดับ ไม่ต้องสนเหตุผล บางทีคุณอาจจะเจอ "ชิ้นส่วนที่หายไป" ก็ได้ค่ะ และจำไว้ว่าการตันไม่ใช่ความล้มเหลว มันคือส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ที่ทุกคนเจอ!
5. ให้ "รางวัล" เล็กๆ น้อยๆ กับตัวเอง
การเขียนนิยายทำงานประจำเป็นเหมือนการวิ่งมาราธอนค่ะ ไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้น คุณต้องรักษาระดับพลังใจ และแรงจูงใจให้คงอยู่ตลอดเส้นทาง และวิธีที่ดีที่สุดคือการให้ "รางวัล" กับตัวเอง
รางวัลสร้างกำลังใจ
- กำหนดเป้าหมายย่อยๆ: เช่น "ถ้าเขียนได้ถึงบทที่ 5 จะซื้อกาแฟแก้วโปรดให้ตัวเอง"
- ให้รางวัลตัวเองทันที: เมื่อทำตามเป้าหมายได้ ให้รางวัลนั้นทันที เพื่อสร้างการเชื่อมโยงเชิงบวกกับการเขียน
- ไม่ใช่แค่เงิน: รางวัลอาจจะเป็นการดูซีรีส์ที่ชอบสักตอน การอ่านหนังสือที่ไม่ใช่นิยายของตัวเอง หรือแค่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
ทำได้จริง: ลองคิดดูว่าอะไรคือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณอยากได้หรืออยากทำ กำหนดเป้าหมายการเขียนที่สมเหตุสมผล เช่น "ถ้าวันนี้เขียนได้ 1,000 คำ ฉันจะดูหนังที่อยากดูหนึ่งเรื่อง" หรือ "ถ้าเขียน Outline จบทั้งเรื่อง ฉันจะให้รางวัลตัวเองด้วยการสั่งอาหารอร่อยๆ มากิน" การทำแบบนี้จะทำให้การเขียนไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและรางวัลตอบแทน ซึ่งจะช่วยให้คุณมีแรงใจที่จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวค่ะ
สรุป: คุณก็เป็นนักเขียนได้ ไม่ว่าจะมีงานประจำแค่ไหน
จาก 5 เทคนิคที่เราแชร์ไปวันนี้ คุณจะเห็นว่าการเขียนนิยายทำงานประจำนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยค่ะ หัวใจสำคัญคือการวางแผนอย่างชาญฉลาด ความสม่ำเสมอ และการรู้จักดูแลกำลังใจของตัวเอง อย่าปล่อยให้ความฝันในการสร้างสรรค์เรื่องราวของคุณต้องจบลงเพราะคิดว่าไม่มีเวลา
จำไว้ว่าทุกย่อหน้า ทุกประโยคที่คุณเขียน คือก้าวเล็กๆ ที่นำไปสู่ผลงานชิ้นเอกของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แค่เขียนอย่างสม่ำเสมอ สร้างวินัยให้ตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ สนุกไปกับมันค่ะ เราเชื่อว่าคุณทำได้!
และหากการคิดพล็อต (หรือการแก้ทางตัน) ยังเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ อย่าลืมว่าคุณมีผู้ช่วยที่เก่งที่สุดอยู่ตรงนี้ novelnoob.com คือเครื่องมือที่จะช่วยคุณทลายกำแพงนักเขียน สร้างพล็อตที่น่าทึ่ง และเขียนได้เร็วขึ้น ลองใช้งานฟรีได้เลยที่ novelnoob.com นะคะ